การปลูกพิงกุย Pinguicula
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า ผมไม่ได้ปลูก พิงกุย เก่งแต่ที่ปลูกมาส่วนใหญ่ ไม่ค่อยตาย ตายน้อยมากเรียกว่าไม่ตายเลยดีกว่า หลังจากต้นแลระบบราก เดินดีแล้ว พิงกุยปลูกยาก ตอนที่เมืองนอกส่งมาให้เป็น ล้างรากเท่านั้นเพราะมันชำง่ายและส่วนใหญ่จะเน่าไปเลย
ให้ส่วนตัวผมว่ามันปลูกง่ายมากไม่ว่าจะเป็นแบบ Mexican หรือEurope เพาะมันไม่ต้องการการพักตัว มีแต่บางพันธ์ ชอบเย็นๆ หน่อยเท่านั้น

ไม่อธิบายมากเพาะไม่ค่อยสร้างปัญหาให้เลย
เครืองปลูก.
1. พีทมอส+เวอร์มิคูไลท์ พีทมอส 50 % - 80 % + เวอร์มิคูไลท์ 50%-20 % หรืออาจผสมทรายหรือหินภูเขาไฟนิดหน่อยก็ได้ เขาบอกว่ามันชอบด่าง นิดๆ
2. พีทมอส+ทรายก็ได้ใช้ตามส่วน ของสูตรหนึ่ง แต่รู้สึกว่าจะโตช้ากว่า อันแรกหนิดหน่อย แต่ว่าก็OK หมด
การปลูกหล่อน้ำให้แฉะอยู่เสมอการปลูกคล้ายกับกาบหอยแครง แต่พิงกุยไม่ต้องละเอียดมากเท่ากาบหอยแครงแค่แฉะ และน้ำอยู่สูงจากต้นซักสองนิ้วก็OK และมันก็ไม่ค่อยมีโรคด้วยผมยังไม่ เจอปัญหาเรืองโรคและแมลงเลยด้วยซ้ำ แถบมันยังช่วยแก้ปัญหาเรืองเพลี้ยไฟที่อยู่กับต้น Sarra ผมได้เป็นอย่างดี เอาเป็นเพลี้ยหนี้ลงดินเมือไหนเสร็จเจ้าหนี้หมด ดีจริงๆ
แต่พิงกุย บ้างพันธ์ ก็เลี้ยงแต่ต่างกันไป เพราะบ้าง พันธ์ขึ้นอยู่กับ ภูเขาหินปูน จะต้องผสม หินปูนด้วยเพื่อให้มันเป็นด่างมากหน่อย
มันไม่ชอบแดดร้อยเลี้ยงแดด 50 % หรือเลี้ยงร่มหน่อยก็ยังได้ แต่มันจะโตช้าหน่อยแต่ก็ยังโต และมันก็จะออกหน่อมาเรื่อยๆ ส่วนปุ๋ยไม่ต้องให้เลยก็ได้มันเป็นสุดยอดของการจับแมลง แมลงติดที่ใบเยอะมาก เมือเทียบกับกาบหอยแครง.
การขยายพันธุ์ ทำได้โดยการแยกหน่อจากต้นและใบ น่าจะเป็นอะไรที่ไม่มีอะไรง่ายและเร็วไปกว่านี้แล้ว ส่วนเรืองพันธุ์และการเปลี่ยนสีการเปลี่ยนทรงของใบในฤดูต่างๆคงไม่พูดเพราะผมก็อ่านจากweb เขามาคงทำตามเขาไปผมคงไม่ต้องเขียนเพิ่มให้อีกเดียวถ้ารู้จริงๆแล้วจะมาเล่าให้ฟัง ตัวผมเองมี พิงกุยอยู่ เป็น หลาย ร้อย ต้นเหมือนกัน คงจะเพาะเพิ่มจำนวนมากๆก่อน ใครอยากได้ไปปลูกเล่นก็ พอแบ่งได้